Mr.Thaicar แนะนำตัว...


ก่อนอื่น ผมต้องขอกล่าวคำว่าสวัสดีกับทุกๆท่าน ที่ได้เข้ามาเยี่ยมชมเว๊ปไซต์แห่งนี้ครับ ผมเชื่อว่า ทุกๆคนคงสงสัยว่า ผมนั้นเป็นใคร มาจากไหน และที่สำคัญคือผมนั้นมีความสามารถพอจริงหรือ ที่จะมาตอบคำถามต่างๆ ที่ผู้เข้าชมได้ทิ้งกระทู้ถามไว้ ขอเชิญผู้เข้าชมขยับเข้ามาใกล้ๆครับ ผมจะเล่าประวัติย่อๆของตัวผมเองให้ฟัง

ย้อนกลับไปเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน ตอนผมยังเป็นเด็กตัวเล็กๆวิ่งเล่นซุกซนตามประสาเด็กผู้ชายทั่วไป ยังไม่รู้ตัวเองว่าชอบอะไร และยังไม่เคยคิดด้วยซ้ำ ว่าอนาคตอยากเป็นอะไร มีชีวิตอยู่กับเพื่อนๆอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ช่วงปิดเทอม ก็จะตั้งก๊วนกับเพื่อนๆ ปั่นจักรยานกันไปเที่ยว หรือถ้าเจอลานดินว่างๆ ที่เจ้าของที่ถมทิ้งไว้ ผมกับเพื่อนๆก็จะยึดทำเป็นสนาม ซ้อมขี่ผาดโผน เพราะอยากทำได้เหมือนในหนังฝรั่งที่เค้าทำๆกัน ด้วยเหตุนี้ ตัวผมจึงมีแผลกลับบ้านไม่เว้นแต่ละวัน เล็กบ้างใหญ่บ้างแล้วแต่ความแผลง จนพ่อและแม่สุดจะเอือมระอา

อยู่มาวันหนึ่ง ชีวิตผมก็ได้พบกับจุดหันเหของชีวิต คุณแม่ของผม ซึ่งทำงานอยู่ที่ธนาคารแห่งหนึ่ง ได้หยิบหนังสือเล่มนึงกลับมาบ้าน โดยคุณแม่เล่าว่าหนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือของลูกค้าที่มาขอวงเงินกู้เพื่อเปิดสำนักพิมพ์ ซึ่งผู้จัดการก็ได้อนุมัติไป เจ้าของสำนักพิมพ์จึงแสดงความขอบคุณโดย ให้พนักงานนำหนังสือมาวางที่โต๊ะรับรองลูกค้าของธนาคารจำนวน 5 เล่ม ทุกๆเดือน และมันก็ถูกกองอยู่อย่างนั้นตั้งแต่วันแรกที่พนักงานมาส่ง จนกระทั่งถึงวันที่พนักงานของสำนักพิมพ์มาส่งฉบับต่อไป เดือนแล้วเดือนเล่า ที่เป็นอย่างนี้ แม่ของผมรู้สึกเสียดายหนังสือดังกล่าว จึงหิ้วกลับมาบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าหนังสือเล่มนั้น จะทำให้ผมสนใจเรื่องรถจนกระทั่งทุกวันนี้ ต้องขอขอบคุณหนังสือ “มอเตอร์มาร์ต” ไว้ ณ.ตรงนี้ด้วยครับ

จากวันนั้น รถยนต์ก็เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผม ผมเริ่มขวนขวายหาความรู้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  เริ่มจากเทคโนโลยีที่มีอยู่ในวันนั้น จนถึงเทคโนโลยีสุดไฮเทคในโลกอนาคต ซึ่งกลายเป็นเทคโนโลยีที่โบราณไปแล้วสำหรับทุกวันนี้ ผมยังจำได้ในวันที่รถยนต์มีเพียงแค่แอร์ วิทยุ  และแตร ที่เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในรถยนต์ รถค่ายไหนมีกระจกไฟฟ้า หรือ เซ็นทรัลล๊อค ถึงกับต้องเอามาเป็นจุดขายกันเลยทีเดียว ลองเป็นสมัยนี้ ถ้าไม่มีอุปกรณ์ทั้งสองอย่างที่ว่า ผมว่าไม่ต้องขายกันแล้วแหละครับ (ยกเว้น TAXI นะครับ)

หลังจากอ่านหนังสือมาได้สักพัก ความอยากที่จะขับรถจริงๆก็บังเกิดขึ้น ไอ้ที่ในหนังสือเค้าว่า รถมันดึง รถมันแรงมันเป็นยังไง รถมันแถ มันเป็นยังไง ออกตัวล้อฟรี เข้าโค้งท้ายปัด ทำโดนัท มันทำกันยังไง และแล้ววันที่ผมเก็บความอยากรู้ไว้ไม่ไหวก็มาถึง เช้าวันหนึ่ง ผมเดินไปถามพ่อตรงๆว่า พ่อครับ ผมอยากขับรถเป็นครับพ่อ พ่อสอนผมหน่อยได้ไหมครับ คำตอบที่ได้ เป็นคำตอบที่เด็ก 8 ขวบอย่างผมยังจำได้แม่นจนถึงทุกวันนี้

………….อยากขับคันไหน ก็ไปหยิบกุญแจมาก็แล้วกัน ………….

ผมโชคดีครับ ที่เป็นคนตัวใหญ่ อายุ 8 ขวบ ตัวผมก็สูงพอที่จะมองเห็นกระจกหน้าและขาก็เหยียบแป้นคลัช เบรก คันเร่งได้ถึงแล้ว เลยไม่เป็นปัญหาในการขับ เพียงแต่ต้องเลื่อนเบาะเข้าจนสุดเท่านั้นเอง ลานดินลานเดิม ที่เคยใช้หัดขี่จักรยานกับเพื่อนๆ บัดนี้ มันกลายเป็น สนามหัดขับรถไปซะแล้ว เราสองคนพ่อลูก มีนัดกันทุกเช้าวันเสาร์ที่จะมาหัดขับรถกันที่นี่ พ่อจะให้ผมหัดจนถึงเที่ยงแล้วก็กลับบ้าน เป็นอย่างนี้อยู่เกือบปี กว่าผมจะขับรถได้คล่อง เมื่อขับรถเป็นแล้ว ผมก็เริ่มออกแบบสนามเอง เอาขวดพลาสติกใส่น้ำ มาตั้งเป็นแนวเพื่อขับสลาลอม เอาไม้มาปักให้กว้างพอดีรถ เพื่อทดลองขับเข้า-ออก เอาของมาวางไว้บนพื้นแล้วเอารถเข้าไปจอดให้ใกล้ที่สุดเพื่อฝึกกะระยะ   เอาไม้มาวางตามยาวอนุมานว่าเป็นฟุตบาท แล้วหัดจอดให้ห่างน้อยที่สุด โดยมีพ่อให้คำแนะนำตลอดเวลา

จากนั้นมา ผมก็ขับรถแทบจะทุกวัน ไม่ว่าจะไปไหน ใกล้หรือไกล ผมจะเป็นคนขับรถให้ที่บ้านเสมอ เมื่อชอบรถซะขนาดนี้ ผมจึงมีหน้าที่ ที่พ่อได้มอบหมายให้อีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือดูแลรถในบ้าน และด้วยหน้าที่นี้เองทำให้ผมต้องขวนขวายหาความรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา เพื่อดูแลรถในบ้านให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานเสมอ

ด้วยรถที่บ้านผมมี ก็ไม่ได้เป็นรถใหม่อะไร ดังนั้นมันก็เสียอยู่บ่อยครั้งเป็นเรื่องธรรมดา ผมเองซึ่งมีหน้าที่ดูแลรถในบ้าน จึงมีความจำเป็นต้องซ่อมเองได้บ้างในบางจุดที่ไม่หนักหนานัก และถ้ารถเสียหนักมากก็ต้องวิเคราะห์ให้ได้ว่า อาการที่เกิดขึ้นนั้นรุนแรงมากจนไม่สามารถเคลื่อนรถได้ ต้องตามรถยกอย่างเดียว หรือพอที่จะเคลื่อนรถจนไปถึงอู่ได้ โดยไม่เกิดความเสียหายเพิ่มเติมกับส่วนอื่นๆ อาจเป็นเพราะผมศึกษามาค่อนข้างแยะ สิ่งที่ผมวิเคราะห์จึงมักจะถูกที่ถูกจุด ทำให้ญาติๆเริ่มไว้ใจ เลยไปถึงเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ในโรงเรียน ในมหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่งอาจารย์ ที่มักจะโทรหาผมเวลารถเสีย หรือมีอาการแปลกๆที่เค้าไม่เคยเจอมาก่อน ทั้งหมดทำให้ผมได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เรื่อยมาจนกระทั่งทุกวันนี้

แนวทางการตอบปัญหาใน Web Board นี้ ผมจะใช้ประสบการณ์ของผมที่เจอมากับรถหลายๆคัน ผสมผสานกับความรู้ทางด้านเทคนิครถยนต์ที่ผมได้ศึกษามา แล้วจึงนำมาตอบ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแนวการตอบของผม คงไม่ใช่แนวฟังธงว่าเป็นตัวนั้นตัวนี้แน่นอน เพราะการได้รับข้อมูลการถามเป็นตัวหนังสือ ไม่ได้ดูหรือลองฟังที่ตัวรถจริงๆ มีโอกาสที่จะทำให้การวิเคราะห์ผิดพลาดได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรผมก็จะพยายามวิเคราะห์ปัญหาของทุกๆท่านอย่างละเอียดรอบคอบที่สุด เพื่อให้เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุดครับผม